การฝึกตัวเองให้เก่งจริงนั้นทำอย่างไร

ข้อที่ 1 ทุกคนที่ต้องการประสบความสำเร็จในด้านที่ตนเองต้องการนั้น จะต้องมีความมุ่งมั่น จริงใจ อดทนต่อสิ่งที่พบเจอ และไม่ผัดผ่อนหรือหลบเลี่ยงปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข ไม่ใช่การมุ่งเน้นทำเฉพาะแค่ตอนที่มีกำลังใจแรงกล้า ทำแค่ตอนแรก ๆ ชั่วครั้งชั่วคราว เมื่อเบื่อแล้วหรือหมดความอดทนก็ทิ้งไป แทนที่จะได้สิ่งที่อุตส่าห์ฝึกฝนมากลับกลายเป็นว่าทุกอย่างมลายสูญไปเพียงไม่นาน และอาจจะต้องมาตั้งต้นกันใหม่ทั้งหมด เมื่อคุณมีลูกฮึดอีกรอบ การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่เสียเวลาเปล่า ไม่เกิดประโยชน์อันใดที่สามารถนำมาใช้ได้จริง การฝึกฝนที่ทำ ๆ หยุด ๆ จึงไม่ก่อให้เกิดความสำเร็จที่แท้จริงและยั่งยืน คุณต้องมุ่งมั่น ตั้งใจ อดทน และไม่ท้อถอยเมื่อคุณเหนื่อยล้า แต่อาจจะหยุดพักเพื่อจะตั้งหลักและสู้ต่อไปจนถึงชัยชนะ
ข้อที่ 2 ความมุ่งมั่นตั้งใจ อดทนต่ออุปสรรคต่าง ๆ ที่พบเจอ คุณต้องหยุดและคิดถึงหนทางแก้ไข ลองผิดลองถูก จนเห็นหนทางที่แท้จริง ดั่งเช่น สตีฟ จอบส์ คน ๆ นี้เป็นเพียงการยกตัวอย่างมาให้ดูว่า ความมุ่งมั่นตั้งใจในการฝ่าฟันอุปสรรคที่เขาพบเจอ ไม่ว่าจะมากมายขนาดไหนเขาก็ผ่านมันมาได้เพราะความอดทน ความไม่ย่อท้อ ความไม่ลดละความพยายาม ถึงแม้บริษัทของเขาเกือบจะล้มหลายครั้ง การหักหลังที่เกิดขึ้นภายในบริษัทและความไม่เข้าใจกันระหว่างเพื่อนผู้ร่วมก่อตั้ง แต่สตีฟ จอบส์ ก็อดทนและผ่านมันมาได้ ด้วยการคิดวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น เขาเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งจากอีกหลายตัวอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้วในโลก หรือกำลังเกิดขึ้นอยู่ ถ้าเขาทำได้ คุณก็ต้องทำได้เช่นเดียวกัน

การฝึกตัวเองให้เก่งจริงนั้นทำอย่างไร
การฝึกตัวเองให้เก่งจริงนั้นทำอย่างไร

ข้อที่ 3 การฝึกตัวเองที่ดีนั้น จะต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตนไปด้วยพร้อม ๆ กัน เพราะนั้นจะทำให้คุณเข้ากับสังคมต่าง ๆ ได้อย่างไร้ข้อติติง และถึงแม้คุณจะโดนคนในสังคมไหนก็ตามตำหนิคุณมา แต่เขาก็จะตำหนิในเชิงบวก เพราะคุณทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตน ทำตัวให้เป็นคนมีสัมมาคารวะ รู้จักกาลเทศะ แต่งตัวให้เหมาะสมกับงานที่ได้รับมอบหมาย หรือแต่งตัวให้เข้ากับสถานที่ต่าง ๆ ที่ต้องไปทำงาน การยกมือไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ การซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปด้วย จะเป็นการสร้างเครดิตความน่าเชื่อถือและสัมพันธ์อันดีเยี่ยมของคุณและสังคมในอนาคต การฝึกตนเช่นนี้ หากกล่าวไปก็เหมือนการลงทุนของชีวิต ที่มีแต่ผลตอบแทนที่คุ้มค่าทั้งนั้น ไม่เสียแรงหรือเสียเวลาเปล่าเลยที่จะลงทุนไป
ข้อที่ 4 ข้อสุดท้าย คือการจัดตารางชีวิตประจำวันและการตั้งเป้าหมาย หากคุณคิดว่าสามารถทำทั้ง 3 ข้อที่ผ่านมาได้แล้วนั้น สุดท้ายคุณเพียงแค่จดมันลงไปในกระดาษและอาจจะแปะมันไว้ที่ประตูห้องนอน ติดไว้ระดับสายตาให้คุณมองเห็นมันทุกเช้าก่อนออกไปทำงานว่าคุณต้องการทำอะไร และจุดสูงสุดที่คุณต้องการจะเป็นนั้นคืออะไร การจดตารางชีวิตประจำวันนั้นมีประโยชน์มาก เพราะมันจะทำให้คุณสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นให้สำเร็จไปได้ตามเวลาที่กำหนด คุณจะกลายเป็นคนที่คนอื่นนับถืออย่างยิ่ง การไปตามนัดหมายต่าง ๆ ทำได้ตรงเวลาและไม่พลาดที่จะเคลียร์คิวงานต่าง ๆ ให้ว่างก่อนที่จะไปเจอนัดหมายที่สำคัญ ซึ่งมันจะทำให้คุณประสบกับความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น การได้รับความไว้วางใจจากคนรอบข้างและจากผู้ใหญ่ในที่ทำงานหรือจากเพื่อนร่วมงาน ทุกคนสามารถผลักดันให้คุณไปอยู่ในจุดที่ต้องการได้อย่างแน่นอน
สรุป การฝึกตัวเองให้เก่งได้นั้น จะต้องมีความมุ่งมั่น อดทน ไม่ย่อท้อ มีความจริงใจในการทำงานและรู้จักการเคารพผู้ใหญ่เคารพคนรอบข้าง การรู้จักกาลเทศะ จะทำให้คุณประสบกับความสำเร็จได้ตามที่คุณปรารถนาทุกประการ

Facebook Comments

comments