น้ำใจตุ๊กตุ๊กไทย เมื่อผมทำมือถือหล่นบนรถแล้วคิดว่าไม่น่าจะได้คืน

เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ คู่หูผม ลูเมีย 1020 สุดหวง เกือบหายไปกับตุ๊กตุ๊กแล้วเชียว ใช่ครับ ผมกำลังพูดถึงมือถือที่ผมใช้ถ่ายรูปสำหรับแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวบนเว็บนี้นี่แหละ ก้าวออกจากตุ๊กตุ๊กแล้วดันทำหล่นบนรถเค้าซะงั้น เกือบได้หาเครื่องใหม่มาทดแทนซะแล้วมั้ยล่ะ

เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากตะลอนเที่ยวข้าวสารกับเพื่อนๆในคืนวันศุกร์แล้วกลับมานั่งชิลกันต่อที่ดาดฟ้าโรงแรมแถวๆเจริญกรุง 22 ที่ไอ้คุณจาค็อบ เพื่อนใหม่ที่เพิ่งเจอกันในถนนข้าวสารจองไว้ ฝอยกันไปเรื่อยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันพอหอมปากหอมคอจนถึงเช้า แล้วทีนี้ก็ถึงเวลาแยกย้ายกลับบ้านบ้านใครบ้านมัน(จริงๆมันไม่มีบ้านในกรุงเทพหรอก มันแค่แวะพักก่อนจะไปตรังต่อ ส่วนผมก็มีทริปกับเพื่อนอีกกลุ่มนึงต่อเหมือนกัน) ผมก็เดินลงมาหน้าโรงแรม ตรงนั้นมันจะมีตุ๊กตุ๊กกับวินมอไซค์จอดอยู่ คนขับเค้าก็ถามว่าจะไปไหน ผมก็สตั้นไป 3 วินาที(สลับภาษาไม่ทัน สมองประมวลผลอยู่) แล้วบอกไปว่ารถไฟใต้ดินหัวลำโพงครับ ฮีก็ถามต่อว่าจะไปยังไง นาทีนั้นไอ้กระผมก็กำลังเบลอๆ หลุดปากบอกไปว่าเอาซักทางสิ่ อ่ะไรก็ได้ แต่พอตั้งสติได้ ดูแล้วท่าจะยาว ผมก็เลยตัดบทไปว่าเอาตุ๊กตุ๊กก็แล้วกันครับ ไปโลด ก็เลยได้กลับบ้านกลับช่องกับเค้าซะที

แต่มันยังไม่จบแค่นั้นครับ พอถึงหัวลำโพงปุ๊บ เดินลงบันไดเลื่อนเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน ระหว่างนั้นผมเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงไปด้วย กระเป๋าตังอยู่ข้างขวา โอเค มีตังกลับบ้านแล้ว แต่ข้างซ้ายทำไมมันโล่งๆวะครับ อ้าวเฮ้ย คุณพระ มือถือหาย!!! ยังไม่สุดบันไดเลื่อนเลยครับ ผมนี่วิ่งลงแล้วกลับขึ้นมาอีกด้านเลย พอวิ่งขึ้นมาดู มองหาตุ๊กตุ๊กที่มาส่งผม เค้าไปแล้วแล้วแล้ว He was gone, you know? ชิบหายแล้วไง สตั้นอยู่ตรงนั้นหลายวิจนพี่วินมอไซค์ตรงนั้นถามว่าเป็นอะไร พอได้สติผมก็บอกเค้าไปว่ามือถือผมหล่นบนตุ๊กตุ๊กที่ผมนั่งมา ฮีตอบว่าอ๋อ เค้าขับออกไปแล้ว(คิดในใจว่า กรูรู้แล้วครับ ถึงได้ตั้งสติอยู่นี่ไง) ถามเค้าไปว่าผมควรทำไงดี เค้าบอกว่าน่าจะยากนะน้อง ก็เค้าไปแล้ว นั่งมาจากที่ไหนล่ะ ผมบอกไปว่าเจริญกรุง 22 ตรงโรงแรมอะไรซักอย่าง เค้าบอกว่าถ้าเป็นตรงนั้นคงมีโอกาสได้คืน เพราะว่าเค้าอยู่ประจำกันตรงนั้นเลย ไม่ได้วิ่งวนไปเรื่อยๆเหมือนตุ๊กตุ๊กคันอื่น ลองกลับไปถามดูที่นั่นก็น่าจะได้ ได้ยินแบบนั้นผมก็ใจชื้นขึ้นเยอะเลย อย่างน้อยก็มีโอกาสได้โทรศัพท์สุดที่รักผมคืน แล้วผมก็บอกพี่วินมอไซค์ว่า พาผมไปตรงนั้นหน่อยครับ เดี๋ยวนี้เลย พี่ท่านก็บึ่งไปส่งถึงที่เลย(หมดไป 40 บาท)

Tuk Tuk Thailand
Tuk Tuk Thailand

พอกลับไปที่หน้าโรงแรมก็มีลุงขับตุ๊กตุ๊กคนอื่นเค้าทักผมว่า “อ้าวน้อง เพิ่งไปเมื่อกี๊ไม่ใช่เหรอ ทำไมกลับมาล่ะ” ผมก็เลยบอกเค้าไปว่าผมทำมือถือตกบนรถตุ๊กตุ๊กที่ผมนั่งไป ก็เลยย้อนกลับมาดูเผื่อเค้าจะกลับมาที่นี่ แล้วลุงคนขับตุ๊กตุ๊กเค้าก็บอกว่า ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าอยู่บนรถ ยังไงก็ได้คืน กลัวแต่คนขับไม่รู้ว่ามีโทรศัพท์ตกอยู่แล้วผู้โดยสารคนอื่นจะหยิบไปมากกว่า เดี๋ยวลุงช่วยโทรบอกเค้าให้(ในใจผมนี่ โอ้โห ลุงเค้ามีน้ำใจมากจริงๆ ขนาดไม่ใช่ธุระอะไรของเค้า แถมเค้ายังต้องไปส่งลูกค้าคนอื่นด้วยเค้าก็ยังอุส่าช่วยเรา ปลื้มมากจริงๆ ณ จุดนี้)

หลังจากรออย่างกังวลใจประมาณ 20 นาที กลัวว่าจะมีคนหยิบไปจากรถ คุณลุงคนที่ไปส่งผมตอนแรกก็ขับรถเข้ามาจอดแล้วเอาโทรศัพท์มาคืนให้ผม แล้วถามผมว่าทำไมไม่โทรเข้าเครื่องล่ะ ผมก็บอกเค้าไปว่าผมลืม แล้วก็มือถือผมไม่ได้เปิดเสียงด้วย โทรไปคงไม่ได้ยิน แล้วผมก็ขอบคุณลุงเค้าอยากมากเลย แล้วก็บอกขอบคุณคนรอบๆที่ช่วยให้ผมได้โทรศัพท์คืน หลังจากนั้นก็นั่งรถตุ๊กตุ๊กกลับไปที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหัวลำโพงอีกทีนึง จบเรื่องวุ่นๆในเช้าวันพักผ่อนของผมซะที

จากประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่าผมมองโลกในแง่ร้ายเกินไป บางทีคนรอบๆตัวก็สามารถไว้ใจได้ กรุงเทพเราปลอดภัยกว่าที่คิด ผู้คนต่างๆก็มีน้ำใจเหมือนอยู่เหมือนกัน จากที่ผมไม่ค่อยไว้ใจใครเท่าไหร่ เพราะไม่คิดว่าจะได้โทรศัพท์คืนแน่ๆ คงต้องหาเครื่องใหม่ไว้ใช้ซะแล้ว ผมเปิดใจมากขึ้น จากเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอมากับตัว ขอบคุณสำหรับความประทับใจดีๆในกรุงเทพ

ปล. ภาษาเขียนผมอาจไม่ดีเท่าไหร่ เพราะผมไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ ผมแค่อยากเล่า อยากแชร์ประสบการณ์ที่ผมได้พบเจอมา ขอบคุณสำหรับคนที่หลงเข้ามาอ่านนะครับ

Facebook Comments

comments