ดอยแม่จอกความงามดั่งสรวงสวรรค์บนขุนสถาน

อุทยานแห่งชาติขุนสถานคือสถานที่ตั้งของดอยแม่จอก ในอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ขึ้นชื่อเรื่องของการมีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงามราวอยู่บนสวรวงสวรรค์ มีทะเลหมอกที่อลังการและพบมากทีสุดในฤดูฝน ที่นี่จะมีอากาศเย็นไปตลอดทั้งปี เข้ามาท่องเที่ยวไปพร้อมกับความงามของท้องฟ้าและขุนเขา พร้อมสายหมอกที่มาในตอนเช้า และแสงไฟจากหมู่บ้านด้านล่างที่มากับแสงดาวที่ละลานตา ที่สามารถทำให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการพักผ่อนได้อีกด้วย แสงๆฟที่เกิดจากหมู่บ้านต่าง ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเข้าในตอนกลางคืนนั้น มีความสวยงามดุดาวที่อยู่บนดิน จึงทำให้ที่นี่ได้รับขนานนามว่าสวยดุจอยู่บนสวรรค์นั่นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวในดอยแม่จอกนั้นก็มีมากมาย ทั้งศาลเจ้าพ่อเขาครึ่งที่เป็นศาลเจ้าพ่อประตูเมืองของจังหวัดน่าน  และเป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้านที่นี่เป็นอย่างมาก ถ้าใครได้มาก็ต้องมาสักการะก่อนการเดินทางไปต่อ ซึ่งตัวศาลนั้นตั้งอยู่ตั้งอยู่บนริมถนนสายร้องกวาง อำเภอเวียงสา และเมื่อผ่านการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองแล้วก็ไปเที่ยวกันต่อที่แม่น้ำน่านตอนบนของเขื่อนสิริกิตติ์ ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติที่สร้างบรรยากาศของ 2 ลำน้ำ ที่ล้อมรอบไปด้วยทิวเข้ามากมายที่ทอดตัวเป็นแนวยาวตัดกับพื้นน้ำ สามรถที่จะล่องเรือชมวิวและถ่ายรูปกันได้อย่างสนุกสนาน และยังมีการล่องแพเพื่อชมความงามของธรรมชาติที่ลงตัว ในบางครั้งนักท่องเที่ยวก็อาจจะได้เจอสิ่งมหัศจรรย์อย่างฝูงปลาโลมา ที่มากระโดดเล่นน้ำกันอยู่พอดี และน้ำมีความใสสะอาดเป็นอย่างมาก แล้วมาต่อกันที่น้ำตกตาดหมอก ที่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มี 3 ชั้น และมีความสูงรวมประมาณ 50 เมตรตั้งอยู่บนดอยแม่จอกที่ห่างจาหมู่บ้านมา 3 กิโลเมตร ทั้งยังสามารถเข้าชมน้ำตกผาแดง ที่มีความสูงที่มากกว่าน้ำตกตาดหมอก และชั้นที่มีถึง 4 ชั้น แต่ความสูงเพียง 15 เมตร ตั้งอยู่ใกล้กับถ้ำละโอ่งห่างออกจากหมู่บ้านไปประมาณ 5 กิโลเมตร

ดอยกู่สถานก็เป็นอีกสถานที่ที่ความสูงถึง 1,630 เมตร เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี จากนั้นก็ไปที่ถ้ำละโอ่งที่เป็นถ้ำขนาดใหญ่มีความยาวประมาณ 1.8 กิโลเมตร ภายในถ้ำจะมีลำธารใหญ่ที่มีน้ำใสสะอาดเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งหนงอกหินย้อยที่มาเพิ่มความสวยงามของถ้ำให้มากยิ่งขึ้น และขึ้นไปสู่ดอยแม่จอกที่มีความสูง 1,424 เมตร มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีเช่นกัน เป็นสถานที่ตากอากาศที่ขึ้นชื่อของจังหวัด ทั้งยังมีวิวที่เป็นภูเขาขึ้นสลับซับซ้อน สามารถมองลงมาเห็นความงามของทั้งเมืองได้มาเลยทีเดียว

ชมวิวสวยตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำคืนที่ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาวอยู่ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน ที่มีส่วนพื้นที่ที่เป็นลานกว้างและโค้งไปตามเส้นเขาเหมาะสำหรับการหยุดเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ เป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในเวลาเดียวกัน และยังสามารถขมทะเลหมอกในยามเช้าพร้อมทั้งชมดาวและแสงจันทร์ที่สวยงามในยามค่ำคืน ทั้งยังมีวิวจากแสงไฟที่ตัวอำเภอที่พร้อมจะสร้างบรรยากาศโรแมนติกให้กับคนที่ไปเป็นคู่ได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการเที่ยวธรรมชาติ และการดูดาวสวยงามในยามค่ำคืน เมื่อตื่นก็เห็นแสงแรกของวันที่สวยงามอีกด้วย

เมื่อเข้าสู่ดอยเสมอดาวนักท่องเที่ยวจะไม่ได้ไปแค่ที่ดอยนี้เท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้เคียงกันมาก ๆ อย่างผาหัวสิงห์ ที่มีรูปร่างคล้ายกับสิงโตนอนหมอบอยู่ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทั้งยังสามารถชมวิวที่สวยงามของธรรมชาติได้ถึง 360 องศา และเป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นอีกที่ที่มีสวยงามมาก มีเส้นทางการเดินทางที่เข้าไปสำรวจธรรมชาติ และมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับนักผจญภัยทั้งหลายที่ชอบเดินป่าได้เป็นอย่างดี เพลิดเพลินไปกับการปีนป่ายและผจญภัยมากมายไปกับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ใกล้เคียงกัน เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวจะสามารถเข้ามาชมความสวยงามแบบธรรมชาติ และการชมบรรยากาศที่มีสัตว์ป่าหาดูยากแม้แต่ในสวนสัตว์ก็ยังไม่มี เพราะด้วยมีชายแดนติดกับทางฝั่งลาว จึงทำให้ที่นี่มีการผสมผสานกันระหว่างป่าทั้ง 5 แบบ คือ ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่านเบญจพรรณ ป่าสน และ ป่าเต็งรัง จึงทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพละสายพันธุ์สัตว์มากมาย ที่เข้ามาอยู่ในป่าแห่งนี้ จึงทำให้ดอยเสมอดาวมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีลานที่นักท่องเที่ยวสามารถที่จะพักผ่อนเพื่อกางเต็นท์ ซึ่งเหมาะกับนักเที่ยวที่ชอบแบกเป้ เพื่อเข้ามาอยู่น่วมกับป่าได้อย่างกลมกลืน และสามารถพบหิ่งห้อยในยามค่ำคืนที่ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์อย่างมากแก่นักเดินทางที่ได้เข้าไปกางเต็นท์ที่ดอยเสมอดาว

Doi Samer Dao Nan Thailand
ดอยเสมอดาว น่าน

ธรรมชาติที่มาพร้อมกับความงามในแบบที่ตัวมันเป็น สามารถพาให้นักเดินทางทุกคน สนุกไปกับการเดินทางไปกับธรรมชาติ ทั้งยังสามารถได้รับความรู้เกี่ยวกับป่า ที่คนในยุคใหม่น้อยคนนักที่จะมีความรู้ในเรื่องเหล่านี้ และยังมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมายที่ต้องการให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสธรรมชาติที่แท้จริงกันได้อย่างเต็มที่ หรือถ้าใครไม่อยากนอนเต็นท์ก็มีบ้านพักเพื่อนักท่องเที่ยวแค่เพียง 3 หลังเท่านั้น ก่อนจะมาจึงต้องรีบโทรมาจองหรือสอบถามก่อนทุกครั้ง