ปางมะผ้าความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ปางมะผ้าเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่จะมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้และลำห้วย มีพื้นที่การเพาะปลูกตามไหล่เขาที่สูงชัน แต่จะเป็นพืชผักเสียส่วยใหญ่ แต่จะมีพื้นที่นาไม่มากนักเพราะมีพื้นที่ราบแค่เล็กน้อย โดยอำเภอปางมะผ้ามีความหลากหลายด้วยประชากรที่เป็นชนเผ่า ที่มีชนพื้นเองเป็นไทญวณ ไทใหญ่ ชาวเขาเผ่าลีซอ เผ่ามูเซอร์ดำ เป็นต้น จึงเกิดเป้นความหลากหลายของวัฒนธรรม ประเพณี และสังคม มีการละเล่นในหน้าเทศกาลต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน จึงเป็นเหมือนศูนย์รวมของแหล่งการแสดงทางวัฒนธรรมที่ดีอย่างมาก และยังมีความหลากหลายทางศาสนาที่มีวัดพุทธ 12 แห่ง และมีโบสถ์คริสต์ 10 แห่ง

ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน
ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน

ปางมะผ้าโดดเด่นในด้านการทอผ้า และย้อมผ้าในรูปแบบต้นตำรับของชาวเผ่า ที่แต่ละชนเผ่าก็มีลายและการทำสีที่แตกต่างกันออกไป แต่สีที่ย้อมจะเหมือนกัน คือการเน้นสีที่เป็นธรรมชาติเท่านั้น ที่จะทำมาจากของใกล้ตัวในชุมชนอย่างเช่นเปลือกไม้ ลูกไม้ หรือใบไม้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในป่าเท่านั้น แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของที่นี่คือถ้ำน้ำลอด เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ ที่ห่างออกมาจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน 77 กิโลเมตร เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ ซึ่งมีน้ำไหลมาจากห้วยน้ำลางและจะไหลลอดภูเขาออกไปทะลุอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม ทั้งยังมีความเก่าแก่จากการที่ได้ขุดค้นพบเครื่องมือเครื่องใช้ภายในถ้ำที่มีอายุมากกว่า 2,000 ปี ภายในถ้ำมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เหมือนกับห้องโถงใหญ่ ทั้งนี้ยังมารค้นพบถ้ำที่อยู่ใกล้เคียงกันอีกมากมายหลายถ้ำ แต่ก็ยังไม่มีการพานักท่องเที่ยวเข้าไป เพราะในบางพื้นที่มีความลึกของน้ำที่ค่อนข้างมาก จึงยังไม่เครื่องอำนวยความสะดวกใด ๆ เข้าไปถึง และยังถือว่าเป็นอัตรายอยู่อย่างมาก ใครที่ชื่นชอบการชมวิวก็ไม่ควรพลาดจุดชมวิวปางมะผ้า ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนที่สามารถเดินทางโดยรถยนต์ด้วยระยะทาง 67 กม.
ปางมะผ้าจะขึ้นชื่อในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำที่มีการค้นพบใหม่อยู่เรื่อย ๆ แต่มีชื่อเสียงอีกที่ก็จะเป็นถ้ำผีแมนที่มีการเข้าไปเจอโลงศพของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ที่พบได้มากถึง 74 แห่งในปางมะผ้า แต่ถ้ำผีแมนแห่งนี้จะเป็นที่รู้จักกันมากที่สุด และสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องใช้คนนำทางเพราะไปได้ง่ายอย่างมาก และมีการติดตั้งไฟฟ้าภายในถ้ำ เพื่อให้สามารถชมถ้ำได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ก็ยังมีถ้ำแม่ละนาที่เหมาะสำหรับนักผจญภัยตัวจริงเท่านั้นที่จะมาลองถ้ำแห่งนี้

 

 

สัมผัสสบเมย เมืองแห่งแม่น้ำสาละวินอันเลื่องชื่อ

สบเมยเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวไม่แพ้กับอำเภออื่น ๆ ทั้งยังเป็นเมืองที่มีส่วนติดกับแม่น้ำสาละวินอันเลื่องชื่อ โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างหมู่บ้านแม่สามแลบ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสาละวินที่ชาวบ้านแถวนั้นเรียกกันว่าแม่น้ำคง ที่จะห่างออกมาจากอำเภอสบเมยประมาณ 62 กิโลเมตร เป็นแหล่งที่บรรดานักท่องเที่ยวนิยมจะพากันไปล่องเรือตามลำน้ำสาละวิน ที่มีลักษณะรอบข้างเป็นภูเขาที่สูงชัน ซึ่งถ้ามองไปฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นเขตทางฝั่งพม่า ซึ่งในบางช่วงจะมีหาดทรายขาว โดยช่วงที่นักท่องเที่ยวจะนิยมล่องกันคือช่วงแม่สามแลบไปจนถึงแม่สบเมย ที่จะเป็นจุดแม่น้ำเมยไหลมาบรรจบกับแม่น้ำสาละวินพอดี และอีกช่วงที่นิยมคือช่วงแม่สามแลบมาถึงอำเภอท่าสองยางของจังหวัดตาก

ดอยพุยโค อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ดอยพุยโค อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

สบเมยยังมีที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ คืออุทยานแห่งชาติแม่เงา ที่ครอบคุลมไปทั้งพื้นที่ป่าของแม่ฮ่องสอนและตาก จะมีพื้นที่เป็นเขาที่สูงชัน และมีแม่น้ำแม่เงาที่ไหลมาจากทางทิศใต้ไปยังทิศเหนือ มียอดเขาที่สูงอย่างดอยปุยหลวงดอยเซอเทอลู่ และดอยคุยหลวงที่ถือว่าเป็นดอยที่สูงที่สุด มีแม่น้ำไหลผ่านพื้นที่ที่หลากหลาย เป็นอุทยานใหม่ที่ถือว่ายังไม่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยว จึงยังไม่มีบ้านพักหรือเครื่องอำนวยความสะดวกใด ๆ ให้ แต่จะมีจุดที่สามารถกางเต็นท์พร้อมห้องน้ำรวมให้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแนวผจญภัย และชื่นชอบการเปิดสู่สถานที่ใหม่ ๆ ที่ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาถึง ยังคงมีป่าและสัตว์ป่า พร้อมไปด้วยพืชพันธุ์ต่าง ๆ ที่อุดมสมบูรณ์เหมาะกับการดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่งดงามของธรรมชาติที่แท้จริง ไม่มีการเจือปนสิ่งก่อสร้างใด ๆ และการเข้าสู่อุทยานจะต้องจอดรถยนต์ส่วนตัวทิ้งไว้ที่หน้าปากทางแล้วโบกรถของเจ้าหน้าที่ต่อเข้าอีกที
แม่น้ำแม่เงาถือเป็นจุดเด่นของอุทยานแห่งนี้ เพราะเป็นลำธารที่มีน้ำใสเงาเหมือนกระจก และสะอาดเป็นอย่างมาก พร้อมไปด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม นักท่องเที่ยวที่มาส่วนใหญ่จึงนิยมที่จะมากางเต็นท์กันบริเวณที่หน้าทำการ ถ้าต้องการที่จะไปล่องแก่งให้เกิดความสนุกและความตื่นเต้นที่มากขึ้น ก็สามารถไปแวะที่บ้านแม่เงาเป็นจุดคมนาคมทางน้ำ ที่เหมาะสำหรับการล่องแพเป็นอย่างมาก ใครที่ชื่นชอบการผจญภัยก็สามารถมาที่นี่ได้เลย และยังสามารถเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของธรรมชาติทั้ง 2 ฝั่งน้ำที่ยังมีความสมบูรณ์ของป่าเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ใครที่ชอบการตกปลาก็ไม่ควรพลาดการล่องแพนี้อย่างเด็ดขาด

ภูชี้เพ้อจุดชมวิวแห่งใหม่ในมุมสูง

ภูชี้เพ้อเป็นจุดชมวิวแห่งใหม่ของแม่ฮ่องสอนที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด ในอำเภอขุนยวม ในระดับความสูงถึง 1,818 เมตร เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ สายหมอกและทุ่งดอกบัวตอง ที่สามารถมองเห็นได้ทั้ง 3 สิ่งในมุมสูงอย่างสวยงาม วิวจะเป็นการมองเห็นสายหมอกที่เคล้าคลอไปกับแนวเทือกเขาที่สลับซับซ้อนพร้อมทั้งความเขียวขจีของต้นไม้บนภูเขา ที่เป็นสีตัดกับหมอกได้อย่างสวยงาม รวมไปถึงพระอาทิตย์ยามเช้าและยามเย็น ที่จะทอแสงอกมาเป็นแดงระเรื่อง เมื่อเจอกับกลุ่มเมฆก็ยิ่งให้อารมณ์ของความโรแมนติกได้เป็นอย่างดี มาถึงช่วงเวลาแบบนี้นักท่องเที่ยวก็คงอดใจไม่ไหวที่จะต้องมีการถ่ายรูปธรรมชาติกันอย่างแน่นอน

ภูชี้เพ้อ แม่ฮ่องสอน
ภูชี้เพ้อ แม่ฮ่องสอน

เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม จะเป็นช่วงของการออกค้นหาความสวยงามของทุ่งดอกบัวตอง ทุ่งดอกไม่ที่มีความงดงามและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งในช่วงเวลานี้ทุ่งดอกบัวตองนั้นจะสามารถดูได้หลายแห่ง แต่ที่นิยมมากันจะเป็นทุ่งดอกบัวตองแม่อูคอ ที่ถือว่าได้รับความนิยมจากเหล่านักท่องเที่ยว ที่จะดูดอกบัวตองก็ต้องนึกถึงที่นี่ก่อนเป็นที่แรก และยังมีจุดชมวิวอย่างภูชี้เพ้อ ที่เป็นจุชมวิวพระอาทิตย์และหมอกที่สำคัญของที่นี่ ที่สำคัญคือสามารถที่จะหาที่พักที่ห่างจากตัวทุ่งดอกบัวตองเพียง 5 กิโลเมตร ทำให้สะดวกต่อการมาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก หรือจะแวะพักแบบกางเต็นท์ก็มีบริการเต็นท์เช่า เอาใจคนที่ชอบแบบเอาท์ดอร์ที่ตอนกลางคืนจะได้เห็นท้องฟ้าที่เปิดโล่ง และดาวมากมายที่กระจายอยู่เต็มท้องฟ้า สร้างความประทับใจไปในอีกรูปแบบหนึ่ง บรรยากาศของที่พักในส่วนใหญ่จะสามารถมองเห็นวิวภูขาในมุมสูงที่สวยงามมาก และยังเห็นทุ่งดอกบัวตองที่ชัดเขจนเป็นอย่างมาก ทั้งยังอยู่ใกล้กับตลาดม้งที่เป็นแหล่งซื้อหาของฝากพร้อมไปด้วยร้านอาหารเล็ก ๆ หลายร้าน ที่มีไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวที่มาพักกันได้ลิ้มลองรสชาติอาหารแบบพื้นเมืองดูสักครั้ง
ที่พักนั้นก็ทีหลายรูปแบบให้เลือกตามความต้องการทั้งการกางเต็นท์ที่มาแค่คนเดียวหรือ 2 คน และห้องพักที่มีตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ซึ่งที่พกที่ยิ่งเข้าใกล้ทุ่งดอกบัวตองมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมไว้ให้เป็นไปตามธรรมชาติมากที่สุด พร้อมทั้งการขึ้นไปสู่ภูชี้เพ้อก็จะต้องมีการเตรียมเต็นท์ขึ้นไปกางยังจุดกางเต็นท์ที่ทางเจ้าหน้าที่จัดไว้ให้เท่านั้น และทั้งหมดนี้จะเป็นห้องน้ำรวมทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เพื่อการรักษาธรรมชาติให้อยู่คู่ไปกับการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน

เที่ยวอย่างเต็มอิ่มไปกับอำเภอเมืองของแม่ฮ่องสอน

แม่ฮ่องสอนนั้นมีด้วยกันอยู่ 7 อำเภอ คือ อำเภอเมือง แม่สะเรียง ขุนยาว ปาย แม่ลาน้อย สบเมย และปางมะผ้า ซึ่งเป็น 7 อำเภอแห่งมนต์เสน่ห์ของแม่ฮ่องสอน ที่แต่ละอำเภอนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทั้งหมด โดยอำเภอที่ถือว่ามีที่เที่ยวที่เยอะอย่างมาก คืออำเภอแรกของแม่ฮ่องสอนอย่างอำเภอเมือง ที่มีวัดพระธาตุดอยกองมูเป็นที่แรกที่น่าไปมากที่สุด เพราะเมื่อมาถึงที่แล้วก็ควรที่จะเข้าไปสักการะวัดคู่บ้านคู่เมืองที่เป็นที่ประดิษฐานของปูชนียสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ประกอบไปด้วยพระธาตุเจดีย์ทรงแบบมอญ และวิหารพระที่มีศิลปะของไทใหญ่ ที่นอกจากการมากราบไหว้เพื่อขอพรแล้ว ยังสามารถที่จะขึ้นไปชมวิวของแม่ฮ่องสอนในมุมสูงได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เที่ยวแม่ฮ่องสอน
เที่ยวแม่ฮ่องสอน

เมื่อได้กราบไหว้เพื่อขอพรพระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแล้ว ก็มาต่อที่ภูโคลนครันทรีคลับ ที่มีบริการด้านสุขภาพที่ไม่ว่าจะนวด ทำสปา แช่น้ำแร่ พอกโคลน อบซาวน่าก็มาทำกันได้อย่างสบาย ๆ เพื่อเป็นการผ่อนคลายจากการเดินทางมาทั้งวัน เป็นแหล่งของการรักษาสุขภาพ ที่ให้สายน้ำแร่และโคลนพอผิวแท้ 100% ซึ่งน่าจะถูกใจเหล่าสาว ๆ ที่มาเที่ยวที่นี่ได้เป็นอย่างดี และเอาใจนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวที่ชอบออกแรง และชอบการผจญภัยอย่างการเข้าถ้ำปลา ที่จะสามารถเข้าไปค้นหาปลาหายากที่สวยงาม ภายในถ้ำมีแอ่งน้ำที่มีน้ำไหลเข้าออกตลอดเวลา และมีปลาตัวโตที่มีสีเทาอมฟ้าที่ต่างก็แหวกว่ายวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ กับนักท่องเที่ยวเพื่อที่จะรอกินขนมปังจากผู้ที่โยนให้ สามารถเรียกความสนใจได้เป็นอย่างดี โดยปลาเหล่านี้คือปลามุงและปลาคัง ที่เป็นปลามีเกล็ดขนาดใหญ่ และไปต่อที่น้ำตกผาเสื่อ เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาน้ำตกแม่สะงาในพม่าอยุ่ในตำบลหมอกจำแป่ ตัวน้ำตกจะมีความสูง 10 เมตร และน้ำใสสะอาดเป็นอย่างมาก
มาเพลิดเพลินกันต่อที่สะพานซูตองเป ที่เป็นภาษาไทใหญ่แปลความความสำเร็จ เป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยสร้างมาจากแรงพลังศรัทธาของชาวบ้านกุงไม้สัก ที่มีการร่วมแรงบริจาคไม้เก่า ไม่ไผ่ และกำลังทรัพย์ร่วมกับพระปลัดจิตตพัฒน์ อัคคปัญโญ ประธานสงฆ์สวนธรรมภูสมะ และคณะพุทธศาสนิกชน ร่วมกันสร้างด้วยเวลาเพียง 2 เดือน สะพานมีความยาวมากกว่า 500 เมตร เป็นสะพานที่ทอดยาวระหว่างชุมชนและวัดที่เมื่อเวลาหน้าฝน ก็สามารถใช้เป็นเส้นทางการสัญจรไปมาของชาวบ้าน ตลอดจนการให้พระภิกษุสามเณรออกบิณฑบาต กันได้สะดวกยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน และนักท่องเที่ยวที่ต้องการทำบุญก็สามารถที่จะรอใส่บาตรบนสะพานได้เลยทันที

ปายเมืองแห่งฝันและสามหมอกที่น่าค้นหา

ปายเมืองเล็ก ๆ ที่เป็นดินแดนปิดยังไม่ค่อยมีใครที่รู้จัก แต่กลับม่ชาวต่างชาติได้เข้าไปและตกหลุมรักที่นั่นอย่างที่สุด  ความประทับใจนี้ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคนนี้ต้องกลับไปหาอีกครั้ง เพื่อจะเก็บเรื่องราวไว้เป็นตัวหนังสือที่สามารถบ่งบอกเรื่องราวผ่านการได้เห็นได้สัมผัสในเมืองแห่งฝัน จากนั้นอำเภอเล็ก ๆ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักกันมาก่อนอย่างปาย ก็มีชื่อเสียงจนดังไปทั่วโลกและยังมีนักท่องเที่ยวพากันหลั่งไหลมาที่นี่ รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยที่ก็เริ่มมีการกลับมาเที่ยวที่ปายมากขึ้นกว่าเดิม นักเดินทางในกลุ่มแรก ๆ มักจะเป็นผู้ที่ใฝ่ฝันถึงธรรมชาติที่งดงามและมีความอุดมสมบูรณ์ และการเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวล้านนา ที่ถือว่าหาได้ยากมากขึ้น

คำแนะนำในเมืองเล็ก ๆ ที่นักท่องเที่ยวคนหนึ่งติดใจจนต้องเขียนบรรยายความสวยงาม และบรรยากาศของความน่าค้นหาลงในหนังสือที่มีชื่อ ทำให้นักท่องเที่ยววตองการจะมาค้นหาปาย ตามเรื่องราวที่ได้อ่านในหนังสือ จนมีคำกล่าวว่าปายนั้นคือ ยูโทเปียของเมืองไทย เพราะปายเป็นเมืองในอุดมคติที่นักเดินทางทั้งไทยและเทศต่างก็เข้ามาค้นหาความเรียบง่าย และการเป็นเมืองแห่งศิลปะในสายหมอกที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขา และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหนึ่งที่คือวัดน้ำฮู เอาใจผู้ที่ชื่นชอบการไหว้พระเพื่อของพรที่ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของปายซึ่งด้านในได้ประดิษฐานเจ้าพ่ออุ่นเมือง ที่เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองมา 500 ปี โดยที่ตัวพระพุทธรูปเป็นโลหะทองสัมฤทธิ์ และที่พระเศียรกลวงแต่กลับมีน้ำไหลออกมาจากพระเศียรอยู่ตลอดเวลา และยังมีศาลที่เป็นที่ประดิษฐานรูปสมเด็จพระพี่นางในพระนเรศวรมหาราช ที่เชื่อกันว่าภายในศาลนั้น น่าจะเป็นพระอัฐิของสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา  และห้ามพลาดที่สะพานประวัติศาสตร์ปายที่รวมรวมเอาเรื่องมากมายของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถูกสร้างโดยญี่ปุ่น มีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก

ปาย แม่ฮ่องสอน
ปาย แม่ฮ่องสอน

นอกจากนี้ยังปายแคนยอนที่จะอยู่ห่างออกไป 7 กิโลเมตร มีลักษณะที่เป็นดินถูกกัดเซาะจนเป็นร่องลึก มีลักษณะที่คล้ายกับหน้าผา ติดต่อกันเป็นบริเวณกว้างกว่า 5 ไร่เศษที่เป็นสถานที่ธรรมชาติย่างแท้จริง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ห่างจากเส้นทางหลวง แม่ฮ่องสอน ปาย เชียงใหม่สักเท่าไหร่นะ ซึ่งถ้ามาทางเชียงใหม่ก็จะอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงตัวเมืองปาย หากขึ้นไปด้านบนก็จะสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของอำเภอปายได้ทั้งหมด และการเดินทางก็มีความสะดวกที่มากขึ้นกว่าเดิม แต่การที่จะเดินทางขึ้นไปบนยอดสุดนั้น จะต้องมีการจอดรถไว้ด้านล่างแล้วเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 600 เมตรก็จะถึง ซึ่งถือว่าไม่ไกลจนเกินไปนัก

ท่องเที่ยวเมืองลำปางกับ 3 อำเภอที่น่าสนใจ

ลำปางถือว่าเป็นภาพเหนือตอนบนที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาที่ทอดตัวเป็นแนวยาว ตอนกลางจะเป็นแอ่งที่ราบลุ่มแม่น้ำวัง เป็นแหล่งที่มีประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ และมีแหล่งที่น่าท่องเที่ยวมากมาย โดยผู้ที่แวะมาเยี่ยมเยียนเมืองเก่าแห่งนี้ สามารถที่จะเข้ามาท่องเที่ยวพร้อมกาศึกษาหาความรู้จากประวัติศาสตร์ และแหลางท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งทางด้วนโบราณสถาน โบราณวัตถุ ลังมีเป็นแหล่งของป่าไม้ เป็นเขตของอุทยานแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ และยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ สามารถที่จะรักษาระบบนิเวศน์ และป่าไม่ที่ยังอุดมสมบูรณ์ มีวิถีชีวิตและขนบธรรมเนียม ตลอดไปจนถึงศิลปวัฒนธรรมที่มีการสอบทอดกันมาอย่างยาวนาน

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป้เสน่ห์ของลำปางที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นการนำเอารถม้าที่เคยเป็นพาหนะในการรับส่งผู้โดยสารเมื่อ 80 ปีที่แล้วกลับมาใช้กันอย่างแพร่หลาย และได้รับความนิยมทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ปัจจุบันรถม้าถือว่าเป็นพาหนะในการบริการนักท่องเที่ยวในการเข้าชมเมืองลำปาง และสถานที่สำคัญของจังหวัด โดยให้บรรยากาศที่ย้อนยุคสามารถสัมผัสได้ถึงความเก่าแกที่ยังคงเหลืออยู่ในยุคปัจจุบันมาจนถึงทุกวันนี้ และแวะชมวัดวาอารามต่าง ๆ ที่อยู่โดยรอยของอำเภอเมืองลำปาง ที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาสักการะก่อนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังอำเภออื่น ๆ อีกด้วย จากนั้นแวะที่อำเภองาวเพื่อชื่นชมอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ที่มีทิวทัศน์เป็นภูเขาที่ขึ้นอย่างสลับซับซ้อน มีอากาศที่กำลังดี ภายในถ้ำจะมีโถงขนาดใหญ่ที่มีอายุไม่น้อยกว่าล้านปี ด้านในมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมากมาย พร้อมทั้งพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในถ้ำ และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่เกิดขึ้นในถ้ำแห่งนี้ พร้อมทั้งภาพเขียนโบราณประตูผา ที่อยู่ตรงช่วงเทือกเขาและหน้าผาสูงพร้อมไปด้วยบริเวณใกล้เคียง ที่มีการพบภาพเขียนและหลุมฝังศพของในยุคโบราณ อายุมากกว่า 3,000 ปี และมาที่อำเภอแจ้ห่มที่มีวัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง หรือวัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ที่โด่งดังด้วยภาพอันงดงามของเจดีย์เล็ก ๆ สีขาวที่ถูกสร้างขึ้นมาบนหน้าผาที่สูงเสียดฟ้านั่นเอง

ซึ่งเจดีย์เหล่านี้ถูกสร้างจากความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ทั้งยังมีรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาแห่งนี้ก็ยิ่งเรียกแรงศรัทธาจากผู้คนทั่วไปให้ยอมขึ้นมาเพื่อสักการบูชารอยพระพุทธบาท ที่ชาวบ้านแจ้ห่มมีความศรัทธากันมาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งนักท่องเที่ยวที่ต้องการถ่ายภาพวิวของภูเขาที่สวยงาม ก็จะได้ขึ้นมาทั้งการสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลแกตนเอง และยังสามารถถ่ายรูปภาพของธรรมชาติในรูปพาโนรามาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เที่ยวปางอุ๋ง ชมความงามที่สามารถสัมผัสได้ตามธรรมชาติ

เมืองแห่งม่านหมอกที่มีความสวยงาม และวัฒนธรรมที่น่าค้นหา พร้อมธรรมชาติที่สวยสดงดงาม ทั้งยังมีชื่อในเรื่องของเมืองสามหมอกที่เป็นอันดับต้น ๆ ของแม่ฮ่องสอน มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนที่ปลูกเรียงรายกัน มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะใบใหญ่โดยมีที่พักริมอ่างเก็บน้ำ สามารถมองเห็นภาพอันสวยงามของไอหมอกที่ลอยอยู่เหนือทะเลสาบ ให้บรรยากาศของหน้าหนาวในยามเช้าได้เป็นอย่างดี ทำให้ปางอุ๋งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวฤดูหนาวยอฮิต ที่สุดแสนจะโรแมนติกที่ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศเลยทีเดียว

บรรยากาศของฤดูหนาวที่มีอากาศเย็นสบาย มาพร้อมกับความสวยงามตามธรรมชาติ ทำให้ปางอุ๋งได้รับขนานนามว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย ยิ่งเมื่อแสงอาทิตย์ขึ้นมาจนสะท้อนกับพื้นน้ำผ่านทิวสนและไอหมอกบาง ๆ ขึ้นมาบนผิวน้ำ ยิ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจจนไม่รู้ลืมของเหล่านักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเลยทีเดียว แม้ไอหมอกได้จางหายไปก็ยังคงความงดงามไว้ตลอดทั้งวัน นอกจากการชมบรรยากาศของปางอุ๋งในสายหมอกยามเช้าแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมการนั่งแพชมทัศนียภาพและบรรยากาศโดยรอบ และการได้ชมหงส์พระทานจากสมเด็จพระราชินีนาถ ซึ่งเป็นหงส์ดำและหงส์ขาวอย่าละ 1 คู่ และไม่ควรพลาดที่จะชมสวนปางอุ๋งที่ใกล้กับโครงการพระราชดำริ ซึ่งมีการจัดสร้างขึ้นเพื่อให้มีพืชพันธุ์ ที่กลมกลืนไปกับภูมิอากาศและภูมิประเทศอย่าง อะโวคาโด บ๊วย  และดอกไม่เมืองหนาวอย่าง กุหลาบ ไฮเดรนเยีย เป็นต้น ทั้งยังมีการนำเอาไม้เมืองเหนอที่เป็นไม้ประจำของปางอุ๋ง กลับมาพัฒนาสายพันธ์อย่างเช่นกล้วยไม้พื้นเมือง ที่มีความสวยงามในแบบเฉพาะตัว โดยพื้นที่นี้ในอดีตเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกฝิ่นที่ถูกทิ้งร้าง แล้วนำมาปลูกพืชที่เป็นประโยชน์อย่างเช่นสมุนไพรและยาแพทย์แผนไทยทุกชนิด และสามารถมาแวะซื้อใบชาและผลไม้แช่อิ่มมากมาย ที่เป็นศูนย์ขายที่นิยมของที่นี่อย่างบ้านรักไทย ที่อยู่ออกไปอีก 6 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านจีนฮ่อที่อยู่กันมาอย่างยาวนานจนมารุ่นลูกรุ่นหลาน ของนายพลต้วนแห่งก๊กมินตั๋ง ที่อยู่เขตชายแดนไทยและพม่า

เที่ยวปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน
เที่ยวปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

โดยหมู่บ้านแถบนี้มีความนิยมในการปลูกชาเป็นอย่างมาก จึงทำให้มีการขายใบชาแบบอบแห้ง พร้อมอุปกรณ์การชงชาที่ครบครัน ทั้งยังมีการแนะนำและสาธิตในเรื่องของการชงชาที่ถูกต้องให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาแวะซื้อหาไปเป็นของฝาก หรือนำกลับไปรับประทานเองอีกด้วย ทั้งนี้ยังมีน้ำตกผาเสื่อที่ห่างออกจากตัวเมืองไปอีก 26 กิโลเมตร ซึ่งจะอยู่เส้นทางเดียวกับปางอุ๋ง น้ำตกแห่งนี้ไหลลงมาจากน้ำตกแม่สะงาในพม่า มีถึง 69 ชั้นด้วยกัน และในช่วงที่เหมาะสมจะมาท่องเที่ยวคือในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน

พระธาตุยาคู จังหวัดกาฬสินธุ์

ในเขตพื้นที่ของจังหวัดทางภาคอีสานนั้น เรียกได้ว่า ความศรัทธาในพระพุทธศาสนายังคงโดดเด่นเสมอๆ และความศรัทธาเชื่อถือในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็มีอยู่มาก ทำให้เกิดการก่อสร้างสถาปัตยกรรมต่างๆอันเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้ระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือ ในบางแห่งก็สร้างศาสนสถานเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ระลึกถึงพระอรหันต์หรือพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เรียกได้ว่าเป็นสังฆานุสติ  อย่างเช่น ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีพระธาตุเจดีย์ที่คงความศักดิ์สิทธิ์มาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ พระธาตุยาคู ซึ่งเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชนจำนวนมาก

พระธาตุยาคูแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ บ้านเสมา  อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์  โดยมีประวัติความเป็นมาของการสร้างที่ระบุไว้ว่า พระธาตุยาคูถูกสร้างขึ้นในสมัยทวาราวดี ซึ่งเก่าแก่และยาวนาน ทำให้ในเวลาต่อมาได้เกิดการผุพังไป และในสมัยนั้นก็ไม่ได้มีใครเข้ามาบูรณะปฏิสังขรณ์

พระธาตุยาคู จังหวัดกาฬสินธุ์
พระธาตุยาคู จังหวัดกาฬสินธุ์

จวบจนในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ได้มีการซ่อมแซมและสร้างเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมขึ้นมา โดยก่ออิฐถือปูนและครอบฐานเดิมของพระเจดีย์ไว้ จากนั้นเรื่อยมากระทั่งถึงในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สันนิษฐานว่า ได้มีการสร้างและต่อเติมในส่วนยอดของพระธาตุเจดีย์ให้สูงขึ้นอีก

ต่อมา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๐-๒๕๒๒ ทางกรมศิลปากรได้ทำการบูรณะซ่อมแซมพระธาตุยาคูขึ้นใหม่ และได้จดทะเบียนให้เป็นโบราณสถาน

มีความเชื่อกันในหมู่ชาวบ้านว่า ภายในองค์พระธาตุยาคู ได้มีการบรรจุอัฐิของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ไว้ให้ประชาชนได้กราบสักการะ ซึ่งพระเถระชั้นผู้ใหญ่จะเป็นพระรูปใดนั้นไม่ได้มีการระบุไว้ ระบุแต่เพียงว่า เป็นพระสงฆ์ที่ชาวเมืองให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก

ทางการจึงได้จัดให้มีเทศกาลสำหรับบูชาสักการะองค์พระธาตุประจำปี ซึ่งถูกจัดขึ้นในเดือนเมษายน ถึง พฤษภาคม ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการขอฝนให้พืชพันทางการเกษตรมีความเจริญงอกงาม และยังให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชาวเมืองกาฬสินธุ์อีกด้วย

พุทธศิลป์ของพระธาตุยาคูนั้น วัดจากฐานถึงยอดสูง 8  เมตรได้ถูกสร้างในลักษณะของการก่ออิฐถือปูน เป็นทรงเจดีย์ 8 เหลี่ยม มีขนาดฐานกว้าง 10เมตร ยาว 10  เมตร  และได้ถูกสร้างให้มีลักษณะซ้อนกันเป็นจตุรมุข ส่วนทางขึ้นพระธาตุยาคู จะมีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ

สำหรับผู้ที่ประสงค์เดินทางไปกราบสักการะพระธาตุยาคูเพื่อความเป็นสิริมงคลและเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมมที่สวยงามแปลกตา หากเดินทางจากจากตัวเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้ไปตามเส้นทางหลวงสาย 214 (กาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด) โดยมีระยะทางในการเดินทางประมาณ 19 กิโลเมตร หรือหากเดินทางจากตัวอำเภอกมลาไสย ให้ไปตามถนนหน้าโรงเรียนกมลาไสย รวมระยะทางสำหรับการเดินทางในเส้นทางนี้ ประมาณ 6  กิโลเมตร แล้วจึงถึงแยกบ้านเสมา จากนั้นให้เลี้ยวขวาเข้าถนนลูกรัง ไปอีกประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงเจดีย์พระธาตุยาคู

ดอยกาดผี ธรรมชาติที่สวยงามในทุกฤดูกาล

ดอยกาดผีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงราย ที่สามารถเข้ามาชมทะเลหมอกได้แบบ 160 องศา ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุด และมีความมหัศจรรย์มากที่สุดในประเทศไทย มีความสวยงามตามธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในดอยวาวี อำเภอแม่สรวย สามารถที่จะเดินทางด้วยรถยนต์จากเชียงรายใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น มุมมองที่สวยงามอย่างมากของดอยนี้จะอยู่ทางทิศตะวันออก เป็นมุมที่จะทำให้เห็นเทือกเขาที่สลับวับซ้อนสวยงาม เหมือนได้นั่งดูสารคดีท่องเที่ยวในจอทีวี แต่สามารถสัมผัสได้จริงและสามารถสูดอากาศที่บริสุทธิ์ 100% ได้อย่างเต็มปอด และยังมีมุมอื่น ๆ ที่สามารถชมได้รอบตัวอีกด้วย

ดอยกาดผี เชียงราย
ดอยกาดผี เชียงราย

ดอยกาดผีจะอยู่ใกล้ ๆ กับดอยวาวีที่เป็นแหล่งปลูกชาและอยู่ใกล้กับดอยช้างที่เป็นแหล่งปลูกกาแฟที่สำคัญของประเทศไทย และยังมีต้นพญาเสือโคร่งหรือดอกซากุระเมืองไทยกำลังเบ่งบานอย่างเต็มที่ เพิ่มความสวยงามและน่าชื่นชมให้แก่ผู้ที่มาเยือนเป็นอย่างมาก ดอยกาดผีนั้นเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ลาวฝั่งซ้ายและแม่กกฝั่งขวาของเชียงราย เป็นแหล่งที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว เพราะที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีทั้งสัตว์ป่าและพันธุ์ที่หลากหลาย มีลักษณะที่โดดเด่นทางธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และความสวยงาม และเป็นการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม จึงต้องมีการให้ท่องเที่ยวเป็นรูปแบบเชิงอนุรักษ์ เพื่อที่จะสามารถเรียนรู้การที่จะดูแลป่าให้คงอยู่ไปพร้อมกับความเพลิดเพลินไปกับความสวยงามของธรรมชาติ โดยในดอยกาดผีจะมีการท่องเที่ยวที่เหมาะกับคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองกรุง มาสู่ความสงบและอากาศที่บริสุทธิ์ในดอยกาดผี สามารถที่จะนอนกางเต็นท์เพื่อชมดาว ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นและเห็นดวงจันทร์ที่สวยงามได้อย่างชัดเจน และในการเดินทางไปท่องเที่ยวก็ควรที่จะต้องนำเอาเต็นท์ไปเอง เพราะทางวนอุทยานดอยกาดผี ไม่มีบริการบ้านพักหรือเต็นท์ให้เช่าแต่อย่างใด
ดอยกาดผีเป็นแหล่งชมทะเลหมอกที่เพิ่งจะถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ มีความสวยและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติเป็นอย่างมาก แต่ยังคงไว้ซึ่งการอนุรักษ์ที่แม้กระทั่งการท่องเที่ยวก็ยังคงไว้ซึ่งการท่องเที่ยวในเชิงของการเรียนรู้ ที่จะอยู่ร่วมกันของคนละป่า เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบลุย ๆ และต้องการความสงบทางจิตที่จะสามารถกลมกลืนไปกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี จึงทำให้บนดอยและจุดกางเต็นท์ที่พักของนักท่องเที่ยว ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ นอกจากห้องน้ำเพียงเท่านั้น เพื่อคงไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด และไม่ให้การเข้ามาท่องเที่ยวต้องมีผลกระทบต่อธรรมชาติของป่าโดยเด็ดขาด

พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น จังหวัดสกลนคร

จังหวัดสกลนครชื่อได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นด้านความศรัทธาในพระพุทธศาสนาทำให้มีวัดวาอารามหลายแห่งอันเกี่ยวเนื่องกับครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่หลายท่านด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือพระอาจารย์ฝั้นอาจาโร แห่งวัดป่าอุดมสมพร ซึ่งท่านได้ปฏิบัติกรรมฐานในสายของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ด้วยคุณงามความดีของพระอาจารย์ฝั้นที่ได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและเดินตามรอยทางของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง เมื่อท่านได้ละสังขารไปแล้วจึงได้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาเพื่อรวบรวมประวัติและข้าวของเครื่องใช้ของท่านขณะยังดำรงขันธ์ รวมไปถึงคำสอนต่างๆของท่านเพื่อให้ชาวพุทธรุ่นหลังได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน และได้นำคำสอนไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน หากแต่ในปัจจุบันนี้พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้นถือได้ว่าเป็นสถานที่ซึ่งนักแสวงบุญให้ความสนใจเมื่อได้ไปเยือนเมืองสกลนคร เพราะต่างก็มีความเคารพศรัทธาปรารถนาไปกราบไหว้ และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์อันสวยงามนี้

พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้นตั้งอยู่ที่วัดป่าอุดมสมพร ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร   ลักษณะตัวพิพิธภัณฑ์ถูกสร้างเป็นรูปเจดีย์ โดยมีฐานกลมเป็นกลีบบัวสามชั้น  ภายในปรากฎรูปปั้นพระอาจารย์ฝั้นซึ่งมีขนาดเท่าองค์จริง ในอิริยาบถนั่งห้อยเท้า แล้วถือไม้เท้าไว้ที่มือ ซึ่งเป็นรูปปั้นที่แลดูเสมือนจริงมาก

พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น จังหวัดสกลนคร
พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น จังหวัดสกลนคร

ภายในปรากฏมีการแสดงเครื่องอัฐบริขารต่างๆที่พระอาจารย์ฝั้นท่านได้เคยใช้มาก่อนขณะยังดำรงขันธ์ และยังได้บรรจุอัฐิธาตุของท่านไว้ในตู้กระจกให้ประชาชนได้ทำการกราบสักการะอีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้มีการรวบรวม ชีวประวัติของพระอาจารย์ฝั้นตั้งแต่วัยเยาว์ การบวชในร่มกาสาวพัสตร์ จวบจนกระทั่งมรณภาพ  ชีวประวัติโดยย่อของพระอาจารย์ฝั้น  อาจาโร กำเนิดในสกุลสุวรรณรงค์ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2442 ที่ตำบลบ้านม่วงไข่ อำเภอพรรณนานิคม  เมื่ออายุได้ 19 ปี ได้บรรพชาที่ วัดโพนทอง อายุ 20 ปีได้อุปสมบทในพุทธศาสนา ในเวลาต่อมาท่านได้ถวายตัวเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์มั่น  ภูริทัตโต พระอาจารย์ฝั้นได้มรณภาพ ในคืนวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.  2520  เมื่ออายุได้ 78 ปี

สำหรับแรกเริ่มของการสร้างพิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้นเนื่องจากหลังที่ได้มีการสรงน้ำศพของพระอาจารย์ฝั้นแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงรับสั่งว่าทั้งเครื่องอัฐบริขารหรืออัฐิของพระอาจารย์ฝั้นนั้นหากสามารถเก็บไว้ในที่เดียวกันได้ ก็จะเป็นการดี เป็นเหตุให้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้นมา

นักท่องเที่ยวท่านที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และกราบสักการะอัฐิธาตุของพระอาจารย์ฝั้นสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี)  มุ่งหน้าไปยังอำเภอพรรณานิคม จากนั้นให้เลี้ยวขวาตรงอำเภอพรรณานิคมไปประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วก็จะพบทางเข้าวัดป่าอุดมสมพร

มาเก็บสตอเบอร์รี่ที่สดและปลอดสารพิษกันที่สวนในเชียงใหม่กันมั้ย

เมื่อมาถึงเชียงใหม่ก็ต้องแวะมาเก็บเอาผลไม้ขึ้นชื่อของที่นี่อย่างสตอเบอร์รี่ โดยการเข้ามาเด็ดกันไปแบบสด ๆ จากต้น ด้วยสวนที่มีการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ที่ปลอดภัยจากสารพิษ 100% ซึ่งถือว่าเป้นจุดเด่นของการท่องเที่ยวในภาคเหนือเลยก็ว่าได้ ซึ่งสถานที่ให้เก็บนั้นก็มีมากมายอย่างเช่น ไร่สตอเบอร์รี่วงวานศ์ ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขา ให้บรรยากาศของความสวยงามและความสดอร่อยของสตอเบอร์รี่ ที่รับประกันถึงความปลอดภัยที่สามารถเด็ดกินกันได้แบบสด ๆ ที่ต้น หรือจะเป็นไรสะเมิงทอง ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปลูกสตอเบอร์รี่แบบเกษตรอินทรีย์ ที่ปลอดสารพิษอย่างมาก และอีกหลากหลายไร่ที่พร้อมจะให้เข้ามาเด็ดสตอเบอร์รี่กลับบ้านไปเป็นของฝากได้อีกด้วย

ฟาร์มสตรอวเบอรี่ เชียงใหม่
ฟาร์มสตรอวเบอรี่ เชียงใหม่

สถานที่เที่ยวไร่สตอเบอร์รี่ที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งคือไร่นภภูผา ที่เมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนมีนาคม จะเป็นช่วงของฤดูการเก็บเกี่ยวสตอเบอร์รี่ของอำเภอสะเมิน ซึ่งเป็นอำเภอที่มีชื่ออย่างมากในการปลูกไร่สตอเบอร์รี่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้องด้วยชาติสตอเบอร์รี่ที่หอมหวานไม่เหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ นักท่องเที่ยวจึงสามารถเข้ามาเยี่ยมชมไร่แห่งนี้และเพลิดเพลินไปกับการเก็บสตอเบอร์รี่ลูกสีแดงสด และสามารถที่จะเลือกได้ด้วยตัวเองอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำละครมาแล้วหลายเรื่อง จึงเป็นการการันตีถึงความสวยงามของไร่ได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟที่พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยว มีมุมสวยที่ถูกตกแต่งมาเพื่อให้ได้ถ่ายรูปกันอย่างสุดเก๋ไก๋ ทั้งยังมีห้องพักแบบวิถีชาวบ้านที่มีทั้งหลังใหญ่และเล็ก มีหลากหลายรูปแบบพร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกให้ครบครันด้วยราคาตั้งแต่หลังละ 500 บาท ที่จะเป็นห้องน้ำรวม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาเที่ยวแบบเรียบง่าย ไปจนถึงบ้านหลังใหญ่ที่ราคาหลังละ 2,000 บาทที่สามารถเข้าพักได้ถึง 10  คนเลยทีเดียว

จุดที่น่าสนใจของที่พักในไร่แห่งนี้ คือการนำเอาวัสดุธรรมชาติมาผสมผสานทำห้องพักได้อย่าลงตัว ทั้งบ้านไม้และบ้านกระท่อม ที่สามารถบ่งบอกได้ถึงวิถีชีวิตแบบชาวไร่ได้เป็นอย่าง และบ้านดินที่เป็นแนวการสร้างบ้านสมัยใหม่ ที่จะมีความเย็นในตอนกลางวันแต่จะอบอุ่นในตอนกลางคืน จึงสามารถที่จะใช้พัดลมแทนแอร์ได้อย่างสบายใจ พร้อมไปด้วยความสวยงามของการตกแต่งในรูปแบบวินเทจและโมเดิร์นที่สามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ส่วนถ้าใครที่ชอบแบบลุย ๆ ทางไร่ก็มีเต็นท์ให้เช่าพร้อมจุดกางเต็นท์เพื่อชมดาวยามค่ำคืน และรับเอาบรรยากาศแบบธรรมชาติอย่างแท้จริงของธรรมชาติได้ด้วยเช่นกัน

ส่วนถ้าใครอยากประหยัดค่าที่พักลงไปอีกผมแนะนำให้พักในเมืองนะครับ จะหาผ่านเว็บไซต์อย่าง traveloka.com ก็ได้ ราคาค่อนข้างถูกเลยทีเดียว บางแห่งไม่ถึง 200 บาทเลยด้วยซ้ำ เชื่อผมเถอะ ผมไปเชียงใหม่จนแทบจะเป็นบ้านหลังที่สองแล้ว

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง จุดหมายปลายทางแห่งลมหนาว

ถ้าได้ไปเชียงรายก็ควรที่จะแวะไปที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง ที่อำเภอเวียงแก่งสักครั้ง เพราะจะเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว ที่จะนำไปสู่การสัมผัสความหนาว ทะเลหมอก และทุ่งนาสีเขียวขจียามนาฝน และดอกไม่เมืองหนาวนานานชนิด ที่พร้อมให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาตื่นตาตื่นใจกันอย่างเต็มที่ ซึ่งในปัจจุบันศูนย์แห่งนี้ได้พัฒนาขึ้นมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อที่สุดในจังหวัดเชียงรายอีกด้วย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่อิงและป่างาว ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงขนาบข้างในแนวเหนือและใต้ มีลำน้ำที่สำคัญมากมาย และมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ 24.7 องศา

เมื่อเข้ามาสู่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง จะมีกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สามารถชมแปลงส่งเสริมการเกษตรพืชผักอย่างเช่น หอมญี่ปุ่น แรดิชชิโอ และซาโยเต้ เป็นต้น พร้อมเข้าชมแปลงไม่ผล เช่น อะโวคาโด พลับ มะม่วง และไร่องุ่นไร้เมล็ด เป็นต้น และมีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่จะพานักท่องเที่ยวไปชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้ง ที่สามารถอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาธรรมชาติในการดำรงชีวิตทั้งหมด ทั้งยังสามารถรับชมประเพณีที่สำคัญ ๆ ของชาวชนเผ่า ที่มีตั้งแต่ประเพณีปีใหม่ม้งที่จะมีการจัดขึ้นในเดือนมกราคม และประเพณีตรุษจีนที่จะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นประเพณีเฉพาะของที่นี่เท่านั้น รับรองว่าจะต้องไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนกันอย่างแน่นอน และยังมีกิจกรรมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่จะสามารถเข้าสัมผัสความงามของขุนเขาและจุดชมวิวบนดอยสูง เพื่อที่จะขึ้นชมทิวทัศน์ทั้งหมดของอำเภอเวียงแก่นและแม่น้ำโขง ทั้งนี้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง เกิดขึ้นจากการที่ผู้ใหญ่บ้านห้วยแล้งในหมู่ที่ 2 ได้มีการกราบังคมทูลต่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอความช่วยเหลือในโครงการหลวงที่จะสามารถสร้างอาชีพให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ที่ดีแก่ครอบครัว จึงมีการจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ขึ้นมาเมื่อปี 2542 และมีการปลูกผัก ปลูกพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านตลอดทั้งปี พร้อมกับการขายของฝากและของที่ระลึก อย่างเช่น ผักและผลไม้ปลอดสารพิษที่ปลูกกันเองในหมูบ้าน ผ้าทอมือไทลื้อคุณภาพดีและเครื่องจักรสานฝีมือดีของชาวเผ่าขมุ

ในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง มีบ้านพักรับรองในโครงการเพียงแค่ 1 หลังเท่านั้น แต่สามารถรองรับได้มากถึง 14 คน และยังมีสถานที่กางเต็นท์พร้อมเต็นท์ให้เช่า และภายในศูนย์จะไม่มีร้านอาหารให้บริการแต่จะมีครัวสำหรับผู้ที่มาท่องเที่ยวจะต้องทำกินกันเอาเอง โดยสามารถที่จะโทรมาจองติดต่อโดยตรงที่ทางศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง จังหวัดเชียงรายก่อนการจะเข้าพักได้เลยตลอดทั้งปี

วัดศาลาลอย นครราชสีมา

สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในภาคอีสานมีอยู่หลายแห่งด้วยกันหนึ่งในนั้นคือ วัดศาลาลอย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งวัดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก เพราะถูกสร้างมาอย่างยาวนาน  ตั้งแต่สมัยที่ท้าวสุรนารีรบชนะกองทัพของเจ้าอนุวงษ์ ในปี พ.ศ. 2370 เรียกได้ว่า เป็นวัดที่ท้าวสุรนารี หรือย่าโมท่านสร้างขึ้นมานั่นเอง

ต่อมาเมื่อท้าวสุรนารีได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ก็ได้มีการอัญเชิญอัฐิของท่านไปเก็บไว้ยังไว้ยังวัดแห่งนี้ ขณะเดียวกันก็ได้มีการสร้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีขึ้นมาอีกด้วย เพื่อให้ลูกหลานรุ่นหลังได้ระลึกถึงเกียรติประวัติคุณงามความดีของท่าน

วัดศาลาลอยถูกสร้างมายาวนานมากกว่า 200 ปีแล้ว โดยสาเหตุเกิดจากเมื่อท้าวสุรนาที ได้ทำศึกสงครามจากทุ่งสัมฤทธิ์เสร็จสิ้น ซึ่งครานั้นได้รับชัยชนะ ระหว่างทางที่กลับมานั่นเอง ท่านได้พักที่ท่าตะโก แล้วได้สั่งการให้ทหารที่ติดตามมานั้น สร้างแพขึ้นมาให้เป็นรูปศาลาเสี่ยงทายลอยไปตามลำตะคอง

จากนั้นท่านจึงได้อธิษฐานไว้ว่า  หากแพนี้ได้ลอยไปถึงตรงไหน ก็จะสร้างตรงนั้นให้เป็นพระอารามไว้เป็นอนุสรณ์ ทว่าแพงดังกล่าวได้ลอยไกลไปถึงบริเวณลำตะคองฝั่งขวา ซึ่งสถานที่ตรงนั้นเป็นวัดร้าง ต่อมาท่านจึงได้สร้างวัดขึ้นมาตามการอธิษฐาน ในเวลาต่อมาวัดแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า วัดศาลาลอย เพราะมีรูปแพเป็นลักษณะศาลาตามประวัตินั่นเอง

สำหรับความสำคัญของวัดศาลาลอยแห่งนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ซึ่งจะทำให้ชนรุ่นหลังได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท้าวสุรนารี ยังมีความโดดเด่นของพระอุโบสถที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้มาชมกัน เนื่องจากพระอุโบสถแห่งนี้นั้น มีภาพพุทธประวัติปรากฏอยู่โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นภายในผนังโบถส์ มีจิตรกรรมของพุทธประวัติตอนผจญมาร , พระพุทธเจ้าเมื่อคราทรงเสด็จลงจากดาวดึงส์ปรากฏเป็นภาพที่ผนังโบสถ์ด้านหลัง , เรื่องราวพระเวสสันดรชาดกแสดงเป็นลักษณะของภาพนูนปรากฏที่บานประตูซึ่งเป็นโลหะ

พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสีขาวในอิริยาบถยืน ปางห้ามสมุทร พระนามว่า”พระพุทธประพัฒน์สุนทรธรรมพิศาล ศาลาลอยพิมาลวรสันติสุขมุนินทร์”

ด้านหน้าประตูของพระอุโบสถนั้น ปรากฏเป็นภาพของท้าวสุรนารีในรูปแบบของปูนนั้น ในอิริยาบถนั่งพนมมือกลางสระน้ำ โดยรอบตัวพระอุโบสถมีกำแพงแก้วรูปเสมา  ส่วนอัฐิของท้าวสุรนารีถูกบรรจุอยู่ในสถูปเล็กๆ ปรากฏอยู่บริเวณด้านข้างพระอุโบสถ

นอกจากพระอุโบสถหลังใหม่ที่กล่าวมาแล้ว พระอุโบสถหลังเก่าก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากมีพุทธศิลป์ที่หาชมได้ยาก เพราะเป็นอุโบสถในลักษณะรูปแบบของเรือสำเภา โดยรอบพระอุโบสถถูประดับประดาไปด้วยกระเบื้องดินเผา

เขาโมโกจูตำนานขุนเขาแห่งความหนาวเย็นในประเทศไทย

โมโกจูเป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่าเหมือนฝนจะตก มาจากการที่ยอดเขามักจะถูกปกคลุมไปด้วยเมฆอยู่ตลอดเวลา และยังมีอากาศที่หนาวเย็นไปตลอดทั้งปี โดยในช่วงฤดูหนาวนั้นก็ยิ่งมีอากาศที่เย็นยะเยือกมากขึ้นไปอีก ถ้ามองขากยอดเขาลงไปก็จะได้เห็นทะเลหมอกที่ห่มปกคลุมผืนป่าไปจรดขอบฟ้าที่กว้างไกลสุดสายตา และยังเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงศ์ โดยห่างจากที่ทำการของอุทยานประมาณ 27 กิโลเมตร สามารถเดินเท้าไปและกลับด้วยเวลา 5 วัน แต่ถึงแม้ว่านะยะทางจะไกลและเดินเท้านานขนาดนี้ แต่เหล่านักท่องเที่ยวก็ยังพากันมาเพื่อจุดมุ่งหมายเดียว คือการได้พิชิตยอดเขาโมโกจูที่จะสามารถสร้างสร้างความประทับใจให้กับชีวิตในครั้งหนึ่งเลยทีเดียว

การจะเข้าท่องเที่ยวหรือเดินป่าเพื่อขึ้นเขาโมโกจูนั้น จะต้องมีการมาติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานก่อนทุกครั้ง เพื่อที่จะจองช่วงเวลากับทางอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และจะต้องมีการดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนของทางอุทยานอย่างเคร่งครัด และการเตรียมความพร้อมในเรื่องของสัมภาระที่จะเตรียมไป และการเตรียมร่างกายให้แข็งแรงพร้อมที่จะเดินทางไปถึงยอดที่ใช้เวลาไปและกลับถึง 5 วัน ทั้งยังต้องมีการแวะพักแรมในป่าตามจุดที่ทางอุทยานได้กำหนดเอาไว้ แต่ระหว่างทางที่เดินนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินชมและศึกษาธรรมชาติของอากาศ พันธุ์พืชและเส้นทางการเดินทางไปได้โดยตลอด ซึ่งก่อนที่จะทำการขึ้นไปสู่ยอดเขาเขาโมโกจู จะต้องมีการอบรมและแนะนำนักท่องเที่ยว เพื่อการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ที่กำลังจะเดินทาง ให้ได้รู้ในสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในระหว่างการเดินทาง และในช่วงระหว่างการเดินทางก็ยังจะได้พบกับความสวยงามของน้ำตกแม่รีวา ที่จะอยู่ห่างจากแคมป์พักแรมจุดที่ 1 เพียง 8 กิโลเมตรเท่านั้น พอเข้าวันที่ 3 ที่จะต้องเริ่มมีการปีนเขาโมโกจู ก็จะได้พบกับความงามของทิวเขา ม่านหมอกและเมฆสวย ที่ใช้เวลาเดินเพียงแค่ 20 นาที ก็จะถึงยอดตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้

เมื่อถึงเป้าหมายและแคมป์พักบนยอดเขาแล้ว ก็สามารถที่จะวางสัมภาระและสะพายกล้องเพื่อถ่ายรูปความสวยงามตรงจุดที่ถือว่าเป็นยอดสุดของเขา ที่เรียกว่าหินเรือใบเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวได้กว้างไกล ได้เห็นทะเลหมอกและม่ายเมฆที่ผสมกันอย่างลงตัว เปรียบเสมือนอยู่บนสรวงสวรรค์ที่สามารถขึ้นไปยืนอยู่เหนือเมฆได้อย่างสบาย ๆ เมื่อถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการแล้ว นักท่องเที่ยวทุกคนจะรู้สึกว่าหายเหนื่อย และคุ้มค่าต่อการเดินทางมาเป็นอย่างมาก ความเหนื่อยที่สะสมมาก็จะหายไปปลิดทิ้งอย่างแน่นอน

ดอยเวียงผา ป่าศึกษาธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

ดอยเวียงผาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่ยังคงสวยงามของจังหวัดเชียงใหม่ และมีกิจกรรมที่สามารถให้นักท่องเที่ยวร่วมเข้าไปศึกษาธรรมชาติด้วยการเดินป่า เพราะที่นี่มีพรรณไม้ที่หายากอย่างกุหลาบพันปี กุหลาบขาว กายอม และกล้วยไม้หายากนานาชนิด เป็นต้น และยังมีสัตว์ป่าหายากที่ยังคงพบเห็นได้อยู่ในป่าแห่งนี้ ดอยเวียงผาจึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ของบนยอดดอยเวียงผา และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยานดอยเวียงผา ที่สามารถสร้างความหลากหลายให้กับนักท่องเที่ยว ที่พร้อมเข้าสู่การชื่นชมธรรมชาติอย่างแท้จริง

ดอยเวียงผาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา ที่มีพื้นที่ 364,375 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มแม่น้ำฝางของจังหวัดเชียงใหม่ และป่าสงวนแห่งชาติแม่ลาวฝั่งซ้ายของจังหวัดเชียงราย ที่มีเทือกเขาวางตัวสวยงามเป็นแนวราบไปตั้งแต่ทิศเหนือถึงทิศใต้ เป็นป่าที่มีต้นน้ำลำธารใหญ่ โดยเฉพาะแม่น้ำฝางและเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำลาว ที่มีสายน้ำที่สะอาดและใสจนเห็นพื้นน้ำเลยทีเดียว พื้นที่การเดินทางเพื่อศึกษาธรรมชาติมีด้วยกัน 3 จุด ที่สามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้อย่างชัดเจน และในยามเข้าสามารถมานั่งชมแนวสันเขาที่ทอดตัวยางมาจากดอยผ้าห่มปก ที่ให้ความสวยงามจนเกินบรรยาย มีน้ำตกห้วยทรายขาว น้ำตกขนาดเล็กที่มี 3 ชั้น สามารถที่จะเข้าชมได้ไม่ยาก เพราะห่างจากตัวอุทยานแห่งชาติเวียงผามาเพียง 20 กิโลเมตร และจะได้พบกับเขื่อนมาทะลบหลวง ที่เป็นเขื่อนดินมาพร้อมกับกิจกรรมล่องเรื่อชมวิว และมีร้านอาหารที่ให้บริการริมน้ำให้นักท่องเที่ยวได้แวะซื้อหาของกินกันอย่างสบายใจ พร้อมการแวะชมน้ำตกแม่ฝางหลวง ที่เป็นน้ำตกขนาดขนาด ที่มีความสูงประมาณ 10 เมตร อยู่ห่างจากทางอุทยานแค่เพียง 10 กิโลเมตร ที่มีน้ำไหลมาตลอดทั้งปี สามารถที่จะเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัยในจุดนี้ ทั้งนี้ทางอุทยานยังมีบริการบ้านพักและลานกางเต็นท์ที่มีไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ดอยเวียงผามีสภาพภูมิอากาศ 3 ฤดู โดยในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม จะมีฝนตกหนัก ในช่วงเดือนกันยายนก็จะเริ่มเป็นฤดูหนาว เมื่อเข้าสู่ช่วงพฤศจิกายนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ก็จะมีอากาศที่เย็นสบายเหมาะสำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนในเดือนมีนาคมถึงเมษายนก็จะเป็นช่วงฤดูร้อน ที่อากาศค่อนข้างจะอบอ้าวในช่วงนี้จึงไม่เหมาะกับการเดินทางมาท่องเที่ยว สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ของที่นี่ประกอยไปด้วย 5 ป่า คือป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าสนเขาและป่าเบญจพรรณ พร้อมความหลากหลายของพืชพันธุ์และสัตว์ป่าหายาก ที่ยังสามารถหาดูได้ในอุทยานแห่งชาติดอยผาเวียง

อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ สุดยอดความงามแห่งเมืองสามหมอก

อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ตั้งอยู่ในอำเภอขุนยวมและอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ยังมีสภาพของป่าเข้าที่อุดมสมบูรณ์ และภูเข้าที่เรียงรายสลับซับซ้อน มีภูเขาหินและหน้าผาที่สวยงามน้อยใหญ่เต็มไปหมด ทั้งยังมีลักษณะของหน้าผาที่สูงชันที่มีความแตกต่าง ที่พร้อมให้ความสวยงามกับผู้ที่มาเยี่ยมชมธรรมชาติ มีแหล่งน้ำลำธารที่สมบูรณ์ มีอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามและโดดเด่นอย่างน้ำตกแม่สุรินทร์ ซึ่งถือว่าเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่เคียงคู่ไปกับดอกบัวตอง ใครที่ได้พบเห็นจะรู้สึกถึงความสวยงามดั่งภาพวาดเลยทีเดียว

ลำน้ำปายยังเป็นอีกสถานที่ที่สำคัญของอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ เพราะเป็นลำน้ำที่มีหาดทรายที่สวยงามและมีดอยปุยเป็นจุดสูงสุดของอุทยาน มีอากาศที่หนาวเย็นไปตลอดทั้งปี ใครที่ชื่นชอบอากาศหนาวไม่ควรพลาด และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามที่สุด ทั้งยังเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สามารถมองเห็นได้หลายระดับและยอดดอยที่อยู่ใกล้เคียง จนกลายเป็นที่มาของคำว่าเมืองสามหมอก ทั้งนี้สถานที่ท่องเที่ยวของทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ยังมีอีกมากมายที่พร้อมจะให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมความสวยงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง เช่น น้ำตกดำข่อนหรือน้ำตกผาบ่อง มีลักษณะเป็นหน้าผาที่สูงชัน มีชั้นที่ลดหลั่นลงมาถึง 3 ชั้น มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 40 เมตร และด้านข้างของน้ำน้ำตกยังมีการแยกสายออกเป็นลำธารสายเล็ก ๆ ที่ไหลลงสู่เบื้อหลัง และมีหนองเขียวพื้นที่เป็นราบลุ่มบนสันเขากว้างประมาณ 200 ไร่ ใช้เวลาในการเดินทางทางจากน้ำตกแม่สุรินทร์เพียง 2 ชั่วโมง ก็จะได้พบกับป่าสนที่สวยงาม และการขึ้นสู่ยอดดอยปุยที่มีรูปร่างคล้ายกับฝาชี ที่มีด้านบนเป็นรูปร่างแบนราบคล้ายกับทางภูกระดึง และมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นอย่างมาก ทำให้เกิดเป็นพืชพันธุ์ไม้เมืองหนาวที่ขึ้นอยู่ทั่วไป ซึ่งใช้เวลาในการเดินเท้าไปประมาณ 3-4 ชั่วโมง จากบ้านห้วยน้ำแม่สะกิด

เมื่อยืนอยู่ตรงจุดชมวิวด้านของอุทยานก็จะสามารถมองเห็นสายน้ำ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้อย่างชัดเจน ทำให้ทางอุทยานมีการทำศาลาชุมวิวที่จะสามารถชื่นชมไปกับสายน้ำที่ตกลงมาอย่างสวยงาม พร้อมทั้งหยุดพักถ่ายรูปคู่กับธรรมชาติที่สวยงาม ถ้าต้องการชื่นชมความงามของน้ำตกที่มาพร้อมกับทุ่งบัวตองที่บานสะพรั่งบนดอยแม่อูคอ ควรที่จะต้องเดินทางไปช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม สามารถเข้ามาตั้งค่ายพักแรมที่ดอยแม่อูคอ และเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติที่สวยสดงดงามราวกับภาพวาด ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้ผ่อนคลายอารมณ์ พักสมอง และพักปอดได้อย่างเต็มที่

ดอยแม่ตะมาน ความสวยงามต้นแม่น้ำแม่ตะมาน

ดอยแม่ตะมาน มีพื้นที่ตั้งอยู่ใน อำเภอเชียงดาวและมีบางพื้นที่อยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อมองจากยอดดอยแม่ตะมานก็จะเห็นฝั่งตรงข้ามที่เป็นดอยหลวงเชียงดาวที่ยิ่งใหญ่ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้า สวยงามเหมือนดั่งภาพวาดที่มีใครปั้นแต่งเอาไว้ เป็นภาพทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุด ที่มีความแปลกตาเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีความสวยงามจากต้นพญาเสือโคร่งที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นซากุระเมืองไทย ที่จะมามอบความสวยงามที่ไม่เหมือนใครไปทั่วทุกจุดของดอย  สามารถที่จะชมความงามของธรรมชาติที่ความสูงในระดับเดียวกับดอยหลวงได้เป็นอย่างดี เชียงดาวที่มองเห็นได้ไกล ๆ อยู่ตรงหน้า และต้นพญาเสือโคร่งที่จะออกดอกผลิบานเต็มที่ ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมกราคมเลยทีเดียว

บริเวณที่จะมองเห็นดอยหลวงเชียงดาว จะคือสถานีเกษตรในที่สูงสันป่าเกี๊ยะ ที่เป็นจุดยอดนิยมในการกางเต็นท์ของนักท่องเที่ยว เพื่อที่จะสามารถเข้าชมบรรยากาศที่สวยงามของธรรมชาติได้ทั้งวันและค่ำคืน ตื่นขึ้นมาพร้อมกันได้รับแสงอาทิตย์แรกของวันด้วยการชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม และชมความงามในแสงสุดท้ายหรือพระอาทิตย์ตกได้ด้วยเช่นกัน ทั้งยังเห็นสายหมอกที่สวยงาม เป็นแนวสีขาวไปตามยอดเขา ที่เรียกว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถที่จะตื่นเช้าได้เองโยอัตโนมัติ และยังเป็นสถานที่ที่สามารถมองเห็นดาวยามค่ำคืนที่ระยิบระยับ ทำให้กลายเป็นค่ำคืนที่น่าจดจำและงดงามได้เป็นอย่างดี พร้อมไปด้วยดอกไม้จาประเทศออสเตรเลีย ที่มีการนำมาพัฒนาสายพันธุ์ในไทยที่สถานีนี้แห่งนี้ บนดอยแม่ตะมานยังมีจุดที่น่าสนใจและมีนักท่องเที่ยวแวะไปเยี่ยมชม คือบริเวณหน่วยจัดการน้ำต้นน้ำแม่ตะมาน ซึ่งจะอยู่ก่อนสถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ ห่างกันประมาณ 600 เมตรเท่านั้น และยังมีบ้านพักรับรองเพียง 1 หลัง พร้อมจุดกางเต็นท์ที่เป็นจุดเดียวกับจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าที่สวยงามของดอยอีกด้วย

ดอยแม่ตะมาน เชียงใหม่
ดอยแม่ตะมาน เชียงใหม่

สถานีเกษตรในที่สูงสันป่าเกี๊ยะ เป็นจุดที่สามารถชมทัศนียภาพของดอยเชียงดาว และดอยหลวงเชียงดาวได้ดีมาก ๆ และยังมีจุดที่สามารถกางเต็นท์ท่ามกลางท้องฟ้าที่มีแต่แสงดาวระยิบระยับ เพียงแต่ผู้ที่มาท่องเที่ยวจะต้องมีการนำเอาอุปกรณ์ต่าง ๆ และเต็นท์มาเอง มีที่พักและสถานที่กางเต็นท์ที่ได้รับการดูและอย่างดีจากศูนย์วิจัยและฝึกอบรมเกษตรในที่สูง ทั้งยังมีการเดินทางที่สะดวก สามารถเอารถยนต์ส่วนตัวขึ้นไปได้ตามปกติ แต่จะไม่มีอาหารและเครื่องอำนวยความสะดวกบางชนิดให้บริการ และมีเครื่องปั่นไฟที่ต้องเปิดปิดเป็นเวลา เพราะฉะนั้นผู้ที่ไปเที่ยวต้องเตรียมไปเองทั้งหมดอีกด้วย

สัมผัสบรรยากาศแห่งพงไพรที่ดอยม่อนจอง

ดอยม่อนจองตังอยู่บนทิวเขาที่ถนนธงชัยตอนกลาง ที่จังหวัดเชียงใหม่ และยังติด 1 ใน 10 ของยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย และจุดที่สูงที่สุดของดอยมีการเรียกกันว่าหัวสิงห์ เพราะจะมีลักษณะที่คล้ายหัวสิงโต และมีจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามสามารถมารับชมทะเลหมอก ที่มาพร้อมแสงแดดแรกของพระอาทิตย์ดวงกลมโตที่สามารถมองเห็นได้ชัด ในอดีตดอยม่อนจองนับเป็นดินแดนที่เหล่าสรรพสัตว์ใช้ชีวิตอยู่อาศัยกันอย่างอิสรเสรี แต่ในปัจจุบันเมื่อคนได้รุกป่าเข้ามา และการมาของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้กลายเป็นที่ที่หาดูสัตว์ได้ยากมากกว่าเดิม

จุดที่สำคัญของการมาเที่ยวดอยม่อนจอง นั่นก็คือการได้รับชมภูเขาที่สูงสลับซับซ้อนไปกับทุ่งหญ้า ที่จะเปลี่ยนเป็นสีทองที่สวยงามอร่ามตาในช่วงหน้าหนาว เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอย่างมากแห่งหนึ่ง และอีกสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจะต้องแวะเวียนมาเยือนดอยม่อนจอง โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวช่วงเดือนธันวาคมและมกราคม ก็คือกุหลาบพันปีหรือชื่อเฉพาะว่าคำแดง ที่กำลังออกดอกแรกแย้มบานสะพรั่งเต็มต้นอยู่ตามไหล่เขาอย่างมากมาย ว่ากันว่าต้นนี้คำแดงเป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ดอยม่อนจองจะมีบริการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมได้เพียงพฤศจิกายนไปจนถึง 15 กุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อที่จะทำการปรับปรุงดอยให้กลับมามีสภาพที่สมบูรณ์อีกครั้ง และนักท่องเที่ยวต้องระวังการขึ้นภูเขาที่อาจจะต้องเผชิญกับช้างป่าที่ออกหากินกันให้มาก ๆ เพราะฉะนั้นการเดินทางขึ้นดอยม่อนจองมาพักก็ควรที่จะต้องใช้เวลาเพียง 2 วัน 1 คืนเท่านั้น การเดินทางขึ้นดอยก็ต้องมีการได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อน โดยต้องติดต่อไปขออนุญาตกับทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย หน่วยมูเซอ การเดินทางก็ต้องไปที่หน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอร์ที่มีระยะทาง 40 กิโลเมตร เมื่อถึงแล้วก็ให้ทำการติดต่อให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงจะสามารถไปสู่จุดที่ต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 3-4 ชั่วโมง จึงจะถึงที่หมาย

ดอยม่อนจองจะมีการบริการที่พักและร้านอาหารที่อยู่ด้านล่างดอยเท่านั้น ถ้าต้องการไปพักก็สามารถเอาของส่วนตัวขึ้นไปเองได้ เพราะจะมีการอนุญาตให้ได้เข้ามาชมธรรมชาติได้เพียงแค่ 2 วัน 1 คืน จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเตรียมอะไรติดตัวขึ้นมามากมาย เพราะการเดินทางขึ้นไปต้องเดินเท้าเท่านั้น และอาจจะทำให้เหนื่อยเอาได้ง่าย ๆ แต่เชื่อได้ว่าเมื่อถึงที่ความเหนื่อยทุกอย่างจะหายไปในทันที เพราะความสวยงามที่มาพร้อมกับความยากลำบากนั้นมักจะหอมหวาน และคุ้มค่าเสมอสำหรับผู้ที่เป็นนักเดินทางและนักท่องเที่ยวตัวจริง