วัดศาลาลอย นครราชสีมา

สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในภาคอีสานมีอยู่หลายแห่งด้วยกันหนึ่งในนั้นคือ วัดศาลาลอย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งวัดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก เพราะถูกสร้างมาอย่างยาวนาน  ตั้งแต่สมัยที่ท้าวสุรนารีรบชนะกองทัพของเจ้าอนุวงษ์ ในปี พ.ศ. 2370 เรียกได้ว่า เป็นวัดที่ท้าวสุรนารี หรือย่าโมท่านสร้างขึ้นมานั่นเอง

ต่อมาเมื่อท้าวสุรนารีได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ก็ได้มีการอัญเชิญอัฐิของท่านไปเก็บไว้ยังไว้ยังวัดแห่งนี้ ขณะเดียวกันก็ได้มีการสร้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีขึ้นมาอีกด้วย เพื่อให้ลูกหลานรุ่นหลังได้ระลึกถึงเกียรติประวัติคุณงามความดีของท่าน

วัดศาลาลอยถูกสร้างมายาวนานมากกว่า 200 ปีแล้ว โดยสาเหตุเกิดจากเมื่อท้าวสุรนาที ได้ทำศึกสงครามจากทุ่งสัมฤทธิ์เสร็จสิ้น ซึ่งครานั้นได้รับชัยชนะ ระหว่างทางที่กลับมานั่นเอง ท่านได้พักที่ท่าตะโก แล้วได้สั่งการให้ทหารที่ติดตามมานั้น สร้างแพขึ้นมาให้เป็นรูปศาลาเสี่ยงทายลอยไปตามลำตะคอง

จากนั้นท่านจึงได้อธิษฐานไว้ว่า  หากแพนี้ได้ลอยไปถึงตรงไหน ก็จะสร้างตรงนั้นให้เป็นพระอารามไว้เป็นอนุสรณ์ ทว่าแพงดังกล่าวได้ลอยไกลไปถึงบริเวณลำตะคองฝั่งขวา ซึ่งสถานที่ตรงนั้นเป็นวัดร้าง ต่อมาท่านจึงได้สร้างวัดขึ้นมาตามการอธิษฐาน ในเวลาต่อมาวัดแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า วัดศาลาลอย เพราะมีรูปแพเป็นลักษณะศาลาตามประวัตินั่นเอง

สำหรับความสำคัญของวัดศาลาลอยแห่งนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ซึ่งจะทำให้ชนรุ่นหลังได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท้าวสุรนารี ยังมีความโดดเด่นของพระอุโบสถที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้มาชมกัน เนื่องจากพระอุโบสถแห่งนี้นั้น มีภาพพุทธประวัติปรากฏอยู่โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นภายในผนังโบถส์ มีจิตรกรรมของพุทธประวัติตอนผจญมาร , พระพุทธเจ้าเมื่อคราทรงเสด็จลงจากดาวดึงส์ปรากฏเป็นภาพที่ผนังโบสถ์ด้านหลัง , เรื่องราวพระเวสสันดรชาดกแสดงเป็นลักษณะของภาพนูนปรากฏที่บานประตูซึ่งเป็นโลหะ

พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสีขาวในอิริยาบถยืน ปางห้ามสมุทร พระนามว่า”พระพุทธประพัฒน์สุนทรธรรมพิศาล ศาลาลอยพิมาลวรสันติสุขมุนินทร์”

ด้านหน้าประตูของพระอุโบสถนั้น ปรากฏเป็นภาพของท้าวสุรนารีในรูปแบบของปูนนั้น ในอิริยาบถนั่งพนมมือกลางสระน้ำ โดยรอบตัวพระอุโบสถมีกำแพงแก้วรูปเสมา  ส่วนอัฐิของท้าวสุรนารีถูกบรรจุอยู่ในสถูปเล็กๆ ปรากฏอยู่บริเวณด้านข้างพระอุโบสถ

นอกจากพระอุโบสถหลังใหม่ที่กล่าวมาแล้ว พระอุโบสถหลังเก่าก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากมีพุทธศิลป์ที่หาชมได้ยาก เพราะเป็นอุโบสถในลักษณะรูปแบบของเรือสำเภา โดยรอบพระอุโบสถถูประดับประดาไปด้วยกระเบื้องดินเผา

Facebook Comments

comments